ลดน้ําหนักเร่งด่วน เคล็ดลับ วิธีลดน้ําหนัก หลังคลอด อย่างเร่งด่วน

ลดน้ําหนักเร่งด่วน เคล็ดลับ วิธีลดน้ําหนัก หลังคลอด อย่างเร่งด่วน

ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะมุ่งมั่นตั้งใจลดน้ำหนักหลังคลอดได้เลยนะ จากที่คุณใช้เวลาใช้ชีวืตที่ผ่านมาแบบไม่เคยหันมามองตัวเอง ปล่อยให้สุขภาพและความงามเสื่อมโทรมลงไปจนแทบนึกไม่ออกว่าคุณเคยสวยมาก่อน แต่เมื่อคุณมองกระจกอีกครั้ง คุณกลับพบว่าความสวย ความสาว หุ่นสวยๆ ของคุณได้จากไปแล้ว โดยที่คุณอยากจะเก็บความสวยไว้ หุ่นดีๆ ไว้ แต่ทำไมทำไม่ได้ หรือ ทำไม่สำเร็จซักที แต่ครั้นจะหา วิธีลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก ที่เขาเล่าต่อๆ กันมาว่าดี ได้ผล สินค้ายี่ห้อที่ได้ผล ลูกค้าได้ผล แต่เรานำมาใช้งานกลับไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง ลดน้ําหนักเร่งด่วน.

ลดน้ําหนักเร่งด่วน

 

ลดน้ําหนักเร่งด่วน เราต้องเรียกว่าการบูรณะหุ่นหลังคลอดเพราะเป็นการซ่อมแซมครั้งใหญ่ ทั้งภายใน และ ภายนอกหาดคุณได้ลองทำตามดูแล้วจะพบว่ามันไม่ยากจนเกินที่คุณจะกลับมาหุ่นสวย สุขภาพดี ผิวพรรณสดใส อายุดูเด็กกว่าเดิม แต่เราอยากบอกว่าไม่ว่าคุณผ่านช่วงระยะเวลาหลังคลอดมานานกี่ปีแล้ว คุณก็สามารถเริ่มต้นได้ หากคุณคิดจะกลับมาใสใจดูแลรูปร่าง น้ำหนักตัว ให้ฟิวเหมือนเดิม
1.พยายามเวลาตื่นให้เช้า

3 เดือนแรกหลังจากที่คลอดลูก เป็นช่วงเวลาที่เราจะสามารถลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด เพราะร่างกายเรากำลังอยู่ในช่วงปรับตัวพอดี แต่มันก็อาจจะไม่ง่ายนักที่จะตื่นเช้าเพราะ เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลย นั่งเฝ้าลูกทั้งคืน ที่เราแนะนำมาเพื่อหากิจกรรมเล็กๆ น้อยทำ แม้ว่าจะเจ็บแผล เจ็บหลังคลอด ถ้าเราลุกมาทำกิจกรรมเบาได้บ้าง ร่างกายจะฟื้นตัวเร็วกว่า
2.ให้นมลูกสม่ำเสมอ

ใครไม่ทำข้อนี้ พลาดอย่างมากค่ะ หากจะลดน้ำหนัก ลดความอ้วนให้นมลูกแล้ว ลดน้ําหนักเร่งด่วน งานวิจัยเขาเล่าต่อมาว่าคนที่ให้นมลูก กับ คนที่ไม่ได้ให้นมลูกนั้น ต่างกันอย่างไร คนให้นมลูกหลังคลอดนั้น ระยะยาวแล้วแนวโน้มจะลดน้ำหนักได้ง่ายและไวกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก แต่ในปัจจุบันคุณแม่ต้องทำงานประจำไม่ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกเขาก็ใช้แบบบั้มนมแช่เก็บในตู้เย็นได้ น้ำนมที่ให้ลูกกินนั้นส่วนหนึ่งก็ได้มาจากไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเราด้วย นั่นหมายความว่ายิ่งเราให้นมลูกได้มากเท่าไรน้ำหนัก และไขมันส่วนเกินของเราก็จะลดลงมากเท่านั้น
3.เลี่ยงน้ำผลไม้กล่อง

หากใครชอบกินน้ำผลไม้แต่ไม่รับประทานแบบบรรจุสำเร็จรูปนั้น มันไม่ได้ช่วยให้เราลดความอ้วนหลังคลอดนะ มันตรงกันข้ามคุณลองดูเปอร์เซ็นต์ข้างกล่องดูว่า น้ำตาลเท่าไร จะกินแบบน้ำผลไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ไม่แนะนำ ถ้าอยากได้สุขภาพดีและสูตรลดน้ำหนักจากการกินผลไม้เราแนะนำกินผลไม้จริง ซื้อมาแกะเอง กินแบบเดิมๆ ที่เราเคยกินไม่ต้องพึ่งแบบคั่นน้ำให้ดื่ม มันง่ายแต่มันเพิ่มน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายจะทำให้หุ่นหลังคลอด ใหญ่ขึ้นโดยไม่ได้รู้ตัวกว่าจะคิดว่าตัวอ้วนก็น้ำหนักเกินไปหลายกิโลแล้ว หากจะหา อาหารลดน้ําหนัก ควรเป็นแบบธรรมชาติมากที่สุดค่ะ
4.เลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและไขมัน

อาหารลดน้ําหนัก สำหรับแม่หลังท้องที่อยากลดหุ่นควรเลิกรับประทานซักหน่อยอย่าตามใจปากมากเกินไป อาหารทอดนี้ตัวดีเลย อย่ากินเลยค่ะ ถ้าเลี่ยงได้ควรอย่ายิ่ง หาอาหารหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ใครชอบกินขนมหวาน ไฮครีม หลังกินข้าวแล้วควรที่จะลด ละ เลี่ยง อาหารเหล่านั้น
5.เพิ่มออกกำลังกาย

การออกกำลังลดน้ำหนักนั้นง่ายๆ โดยเริ่มต้นที่ 30 นาที ต่อวันก่อนหากเราได้เพิ่มความแข็งแรงให้หุ่นหลังคลอดของเราแล้ว เราจะเพิ่มกล้ามเนื้อมากขึ้นดีกว่าจะสะสมไขมันไป เมื่อมี่มีเปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นกลไกลภายในที่เขาเรียกว่าระบบเผาผลาญนั้นจะช่วยเบิร์นไขมันได้เพิ่มขึ้นเองตามสมดุลธรรมชาติของร่างกาย ลดน้ําหนักเร่งด่วน.

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร วิธีลดน้ำหนัก

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร วิธีลดน้ำหนัก วิธีลดต้นขา อาหารลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง

มะนาว

สมุนไพรไทยใกล้ตัวอีกชนิดหนึ่ง ที่ช่วยลดความอ้วน ลดน้ำหนักได้ดี ก็คือ มะนาว นั่นเอง ซึ่งทุกบ้านจะต้องมีมะนาวอยู่ในตู้เย็นแน่นอน เพราะแทบทุกที่ ทุกตลาดจะมีมะนาวแน่นอน แต่ก็ถือว่าเป็นพืชผักที่มีราคาสูงเหมือนกัน ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร.

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร

 

ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร มะนาว เป็นสมุนไพรลดความอ้วนได้จริงๆ หลายคนได้ผลโดยใช้วิธีนี้ ลองทำตามดูนะ ตื่นเช้ามา ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำสะอาด หรือน้ำอุ่น ก่อนเริ่มกิจวัตรประจำวัน นอกจากระบายท้องได้ดีแล้ว ผ่านไป 2 อาทิตย์ เสื้อผ้าเริ่มหลวม ใส่สบาย เมื่อผ่านไปครบ 1 เดือน จะผอมลง ขาเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

หรือจะดื่มแทนน้ำเปล่าได้ยิ่งดี อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ก่อนมื้ออาหารแต่ละมื้อ บีบมะนาวครึ่งลูกผสมน้ำสะอาดแล้วดื่ม ก่อนอาหารมื้อกลางวัน และเย็น จะช่วยให้อิ่ม และลดความน้ำหนักได้ดี

นอกจากนี้ สามารถเอาเปลือกมะนาวถูตามใบหน้า ปรากฏว่าสิวยุบ หน้าใสปิ๊งด้วย นอกจากนั้นยังเอาเปลือกมานาวไปถูบริเวณหลังมือ ข้อศอก ส้นเท้า หรือบริเวณที่มีรอยแผลดำ จะทำให้รอยดำ เลื่อนหายไป อย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ การดื่มน้ำมะนาว ยังช่วยรักษาและทำความสะอาดภายในร่างกาย ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร ขจัดสารพิษออกจากตับ ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย สำหรับภูมิปัญญาไทย นำมะนาวมาทำเป็นสมุนไพร ขับเสมหะ แก้ไข เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวม แก้อาการปวดศรีษะ แก้อาเจียน เมาเหล้า ขจัดคราบบุหรี่ บำรุงสายตา บำรุงผิว ที่สำคัญที่สุดก็คือ มีฤทธิ์ในการกำจัดไขมัน และคลอเรสเตอรอล
ข้อดีของน้ำมะนาว

1. ช่วยย่อยอาหาร 2. ช่วยดีท็อกซ์และเป็นยาขับปัสสาวะ 3. ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน 4. ปรับสมดุลของค่า pH ในร่างกาย 5. ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง 6. ช่วยเพิ่มพลังและทำให้อารมณ์ดีขึ้น 7. ช่วยรักษาแผลและลดการอักเสบ 8. ลมหายใจสดชื่นขึ้น 9. เติมความชุ่มชื่นให้ร่างกาย 10. ช่วยลดน้ำหนัก
น้ำมะนาวสำหรับร่างกายที่แข็งแรง

มะนาวช่วยในการป้องกัน โรคเบาหวานและหลอดเลือด ช่วยเพิ่มการทำงานของตับ โดยการเสริมสร้างเอนไซม์ตับ ช่วยการทำงานของตับให้ราบรื่นขึ้น ช่วยฟอกออกซิเจนและแคลเซียมในตับ น้ำมะนาวสามารถช่วยในการรักษาอาการเจ็บคอ มันเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาเลือดออกตามไรฟันหอบหืด, การเผาไหม้ความร้อน
น้ำมะนาวสำหรับหญิงตั้งครรภ์

น้ำมะนาวคั้นสดเจือจางด้วยน้ำ เป็นประโยชน์มากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ สามารถช่วยในการพัฒนาสุขภาพของ “กระดูก” ทารกในครรภ์, “สมองและเส้นประสาท” ลดน้ําหนักด้วยมะนาว เป็นอย่างไร.

 

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox หน้าเรียวสวยด้วย BOTOX

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox หน้าเรียวสวยด้วย BOTOX

มีกราม มีโหนกแก้ม ปัญหานี้คงหนักใจกับใครหลายๆคน บางคนภูมิใจในความเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองก็ดี ส่วนบางคนที่ยังกลุ้มใจ หาทางแก้หลายทาง ไม่ว่าจะเปลี่ยนทรงผม
ใช้การแต่งหน้าช่วยแต่ก็ไม่ได้ดังใจ คิดจะทำศัลยกรรมก็กลัวเจ็บพักฟื้นนาน หมดความกังวลเหล่านั้นไปได้ เพราะ สมัยนี้แค่ โบท็อกซ์ Botox ตัวเดียวเอาอยู่ รวมกับเทคนิคเฉพาะทางและการออกแบบ ของ Monet clinic เอกลักษณ์เฉพาะของเราเท่านั้นค่ะ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox

 

ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox ในบางรายอาจเนี่องจากวัยอายุที่เพิ่มขึ้น ความเครียด การแสดงทางสีหน้าอยู่เป็นประจำ การถูกแสงแดดบ่อยๆ ผู้ที่ใช้เครื่องสำอางมากเกินไป ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ที่จะยกครีมบำรุงเคาร์เตอร์แบรนด์ดังๆ หมดเงินเป็นหมื่นเป็นแสน ก็อาจต้องใช้เวลานานไม่ทันใจ หรือการขบเคี้ยวอาหารในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน ก็สามารถทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามมีขนาดใหญ่ขึ้น
สิ่งเหล่านี้ Botox ก็ยังเป็นตัวเลือกลำดับแรกที่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

โบท็อกซ์ มีทีมาอย่าไร ปรับรูปหน้าได้จริงหรือ แล้วจะปลอดภัยแน่นอนหรือไม่

Botox คือโปรตีนบริสุทธิ์ ซึ่งสกัดได้จากแบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษกับร่างกายหากได้รับปริมาณที่มากเกินไป อย่าเพิ่มตกอกตกใจไป ว่าอย่างนี้จะอันตารายไหม? เพราะในทางการแพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากมีการได้รับเข้าสู่ร่างกายในส่วยกล้ามเนี้อในบริเวณเล็กๆ และปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้กล้ามเนื้อ “คลายตัว” โดยจะออกฤทธิ์ภายใน 2-3วัน และเห็นผลได้เร็วสุดในเวลา 7-14วัน
ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำสารชนิดนี้ มาฉีดรักษาโรคตาเหล่ ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตา ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้ว และรอบดวงตาดีขึ้นด้วยทำให้เกิดต้นกำเนิดในทางความสวยความงามอย่างแพร่หลายกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และมีการทดสอบการใช้โบท็อกซ์ฉีดหน้าเรียวเป็นระยะเวลานานกว่า12ปี ประโยชน์ของมันไม่ใช่แค่เฉพาะทำให้ใบหน้าเรียวลงเท่านั้น ยังสามารถยกกระชับผิวหนัง ลบริ้วรอยบริเวณหัวคิ้ว หน้าผากชั่วคราว รอยตีนกาทำให้ผิวหนังด้านบนของกล้ามเนื้อเหล่านั้นเรียบขึ้น ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอากการปวดเกร็งต่างๆ และอีกหลายกรณี นี่เป็นส่วน เพื่อยืนยันผลการรักษาในคนกว่าล้านคนทั่วโลกจากการรักษาทางการแพทย์ต่างๆ
คุณจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย เพราะแพทย์จะเป็นผู้ตรวจสภาพผิวและทางการฉีดให้เท่านั้น ซึ่งการฉีดใช้เวลาเพียง 5-10นาทีต่อครั้ง แล้วสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติ

ผลของการฉีดBotoxอยู่นานเท่าใด?

โดยปกติเมื่อได้รับการฉีดBotoxแล้วสารจะอยู่ได้นานถึง 3-8 เดือน ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox ขึ้นอยู่กับว่าฉีดบริเวณใด ปริมาณเท่าใด ฉีดเพื่อรักษาอาการอะไร ได้รับการฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ ผู้รักการฉีดอายุเท่าใด ผลของการรักษานั้นไม่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร ต้องกลับมารับการฉีดซ้ำเรื่อยๆ ทุก 4-6เดือน นั้นถือเป็นขอดีสามารถเปลี่ยนไปตามความพอใจจนได้ผลที่ดีที่สุด

อันตารายหรือไม่?มีผลข้างเคียงอย่างไร

จะว่าไปมันก็ไม่อันตารยเลยก็ไม่ใช่ทีเดียวเพราะจากข้อมูลทางการแพทย์ ผู้ที่ได้รับการฉีดในต่างประเทศจำนวนมาก ไม่มีอันตรายถึงชีวิตเมื่อได้รับการฉีดโดยผู้เชี่ยวชาญและการฉีดโดยเพื่อความสวยงาม ผลข้างเคียงโดยส่วนใหญ่จะเกิดเฉพาะที่ เช่น หนังตาตก กลืนอาหารลำบาก หน้าไม่สมมาตร หรือเกิดจุดเลือดออกในจุดที่รับการฉีด แต่จะพบน้อยมากๆ ดังนั้น MONET CLINIC และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเราจะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว หากมีปัญหาตามมาทาง MONET CLINIC และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดูแลไม่ทอดทิ้งและมีการให้คำปรึกษาพูดคุยอย่างละเอียดก่อนได้รับการฉีดทุกครั้ง
เมื่อเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดหน้าเรียวแล้วจะทำอย่างไร?
ดังที่กล่าวแล้วตอนต้นว่าผลจากการฉีดนั้น จะค่อยๆหมดไปเองภายในเวลา 4-6 เดือน ดังนั้นผู้รับการรักษาจึงใจเย็นๆ และค่อยๆ รอให้ผลของ หมดไปเองก็ได้ ส่วนในกรณีที่หนังตาตกนั้น ผู้รับการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นกรณีไป

การฉีดหน้าเรียวด้วยสารโบท็อกซ์ ต้องฉีดบริเวณใดของใบหน้าบ้าง

โดยพื้นฐานแล้ว แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อทำให้หน้าเรียวลงบนใบหน้าข้างละประมาณ 5 จุด โดยมีหลักการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวอยู่ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

การฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อลดกล้ามเนื้อที่กราม แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เข้าที่บริเวณกรามเพื่อลดกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กลง รูปหน้าจึงสามารถเรียวมากขึ้นตามไปด้วย
การฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อยกแก้ม เป็นการช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ทำการดึงแก้มอยู่นั้นทำงานน้อยลง โดยทำการฉีดสารโบท็อกซ์ที่ขากรรไกร ทำให้ใบหน้าดูเล็กเรียวมากขึ้น
การฉีดสารโบท็อกซ์ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที โดยแพทย์จะใช้ยาชา ก่อนการใช้เข็มที่มีขนาดเล็กที่สุด และสารโบท็อกปริมาณเพียงเล็กน้อย ในขณะฉีดคุณสาวๆอาจจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อยคล้ายกับกำลังถูกมดกัด เมื่อฉีดเสร็จแล้วสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องทำก
บริเวณที่ฉีด

บริเวณหว่างคิ้ว ริ้วรอยบริเวณหว่างคิ้วนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดจากการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า เช่นการขมวดคิ้ว ซึ่งในระยะแรกๆ ริ้วรอยอาจเกิดขึ้นไม่ลึก แต่เพราะเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อในทุกๆวันทำให้ริ้วรอยนั้นลึกขึ้นเรื่อยๆ ริ้วรอยย่นลึกบริเวณหว่างคิ้ว ทำให้ใบหน้าดูตึงเครียดตลอดเวลา การฉีดBotoxสามารถลดและคลายกล้ามเนื้อบริเวณหว่างคิ้วและทำให้รอยย่นค่อยๆจางหายไป มีใบหน้าที่สดใสขึ้น ในกรณีที่ริ้วรอยนั้นลึกมากๆการฉีดอาจไม่สามารถช่วยได้มากเท่าที่ควร ดังนั้นไม่ควรปล่อยไว้จนเกิดเป็นริ้วรอยที่ลึกเกิดการแก้ไข

บริเวณดวงตา รอยตีนกา
กา กา กา คำคำนี้คงไม่มีใครอยากได้ยินหรือต้องเจอกับตัว ริ้วรอยรอบดวงตาหรือรอยตีนกานั้น มักจะเกิดจากการแสดงออกทางใบหน้าไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ เราไม่ได้อยากให้ทุกคนหยุดยิ้มหรือหัวเราะ ดังนั้นBotoxก็เป็นเหตุผลของคำตอบ ในผู้ที่มีอายุมากขึ้น ความยืดหยุ่นของผิวหนังนั้นเสื่อมลงเรื่อยๆ จึงทำให้เกิดรอยย่อบริเวณรอบดวงตา ที่ไม่สามารถกลับมาเต่งตึงได้อีกครั้ง ในช่วงต้นรอยตีนกาที่เกิดขึ้นนั้นจะเห็นได้ชัดเฉพาะเวลายิ้ม หลังจากนั้นรอยย่อจะขยายและเห็นได้ตลอดเวลา การมีรอยย่อรอยตีนกา ทำให้คนนั้นดูแก่เกินวัย ในการฉีดBotoxนั้น จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา ผลที่ได้นั้น จะช่วยลบริ้วรอยที่หางตาไม่ว่าจะยิ้มหรือหัวเราะ และทำให้ดูอ่อนวัยขึ้นอีก ในกรณีที่รอยตีนกาลึกมาก การฉีดอาจไม่ได้ผล100% ไม่ควรปล่อยไว้ให้ริ้วรอยเกินเยี่ยวยา

หน้าผาก
รอยย่อบริเวณหน้าผากนั้นมักเกิดจากการเลิกคิ้ว เลิกหน้าผากเป็นประจำ รวมทั้งการเลิกตาไปมาเพราะเปลือกตาบนหย่อนลงมาบดบังสายตา ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน การรักษานั้นสามาถแก้ไขได้โดยการฉีดBotox บริเวณที่เลิกคิ้ว รอยย่นที่หน้าผา บางรายอาจทำการผ่าตัดแก้ไขโดยการผ่าตัดตา 2 ชั้น หรือผ่าตัดแก้ไขตกแต่งเปลือกตาชั้นบน ควบคู่ไปด้วยกับการฉีดbotox

บริเวณขากรรไกรล่าง
ผู้ที่มีโครงหน้าใหญ่หรือเหลี่ยมจะเป็นผู้ที่มีลักษณะกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรที่ใหญ่กว่าปกติ กล้ามเนื้อบริเวณบดเคี้ยวอาหารค่อนข้างใหญ่ และทำให้คางดูหนา บุคคลที่นอนกัดฟันหรือเคี้ยวหมากฝรั่งมากๆจะทำกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรใหญ่กว่าปกติ ซึ่งในอดีตมักจะแก้ไขโดยทำการผ่าตัดกระดูกมุมกรามออก นั้นทำให้มีอาการเจ็บปวดและบวมเป็นเวลานานหลังจากการผ่าตัด ส่วนการฉีดจะฉีดตรงบริเวณกล้ามเนื้อบดเคี้ยว เพื่อหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อตรงกรามบางส่วนลงโดยไม่เกิดความเจ็บปวด หลังได้รับการฉีดประมาณ 2 – 3 สัปดาห์จะเห็นว่ากล้ามเนื้อกรามมีขนาดลดลง และจะเห็นผลที่ค่อนข้างชัดเจนใน 10 – 12สัปดาห์ โดยเฉลี่ยแล้วผลในการรักษาหลังการฉีดbotoxแล้วจะอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12เดือน อย่างไรก็ตามผลของมันจะอยู่ได้นานหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับประทานของแต่ละบุคคล

บริเวณน่อง
เหมาะสำหรับผู้ที่มีกล้ามเนื้อน่องใหญ่ และกลัวการผ่าตัด การฉีดBotoxบริเวณกล้ามเนื้อน่องนั้นจะช่วยในการยับยั้งเซลประสาท และได้ผลลัพธ์ที่เหมือนเช่นการผ่าตัด การฉีดนั้นจะฉีดเข้าไปในบริเวณกล้ามเนื้อน่อง จะไม่มีผลต่อการทำกิจวัตรประจำวันแต่อย่างใดภายหลังจากทำการฉีด ในระยะเวลา 2 – 3 เดือนน่องจะค่อยๆเรียวเล็กลงอย่างธรรมชาติ

ข้อควรระมัดระวังที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการฉีดสารโบท็อกซ์

คุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ ห้ามเข้ารับการฉีดสานโบท็อกซ์โดยเด็ดขาด
งดการรับประทานยาประเภทแอสไพรินและยาปฏิชีวนะก่อนการฉีดสารโบท็อกซ์
ข้อห้ามที่สำคัญหลังจากที่ทำการฉีดสารโบท็อกซ์

หลังจากการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อช่วยทำใบหน้าให้เรียวขึ้นนั้น คุณสาวๆควรที่จะปฏิบัติตัว โดยระมัดระวังข้อห้าม ดังต่อไปนี้

ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบ หลังจากฉีดสารโบท็อกซ์ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง
งดการนวดหน้า หรือการกดจุดบนใบหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น ประมาณ 2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีเนื้อแข็งๆ หรือเหนียวๆที่เคี้ยวยาก เช่น น้ำแข็ง ซี่โครง กระดูกอ่อน ข้าวเหนียว หมากฝรั่ง เป็นต้น การเคี้ยวสิ่งเหล่านี้มากๆ จะเสมือนเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามเกิดการทำงานมากขึ้น ทำให้มีโอกาสกลับมามีขนาดใหญ่เหมือนเดิมได้อีก
งดดื่มแอลกฮอลล์ เป็นเวลาประมาณ 1 วัน หลังจากการฉีด
หลีกเลี่ยงความร้อน การใช้แสงเลเซอร์ และคลื่นไฟฟ้าในบริเวณที่ฉีดเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ฉีดหน้าเรียว โบท็อกซ์ botox.

ครีมกระชับรูขุมขน วิธีการ กระชับรูขุมขนและลดริ้วรอยด่างดำ

ครีมกระชับรูขุมขน  วิธีการ กระชับรูขุมขนและลดริ้วรอยด่างดำ
3 วิธีการ:กระชับรูขุมขนเองก็ได้ง่ายจังลดสิวและริ้วรอยด่างดำด้วยตัวเองปรึกษาแพทย์เพื่อกระชับรูขุมขนและลดริ้วรอยด่างดำ
ถึงคุณจะดูแลผิวหน้าของตัวเองอย่างดีแค่ไหน ก็อาจยังเห็นรูขุมขนชัดจนขัดใจ พวกริ้วรอยก็พลอยขยายใหญ่ไปด้วย ถ้าคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องรูขุมขนและริ้วรอยด่างดำ เรามีวิธีดีๆ มาฝากกัน ครีมกระชับรูขุมขน 

ครีมกระชับรูขุมขน
ครีมกระชับรูขุมขน  วิธีการ
1
กระชับรูขุมขนเองก็ได้ง่ายจัง
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 11
ล้างหน้าให้สะอาดทุกวัน แต่อย่าล้างมากเกินไป. ที่รูขุมขนกว้างก็เพราะมีสิ่งสกปรก น้ำมัน หรือแบคทีเรียไปอุดตันจนเกิดการอักเสบ การล้างหน้าให้สะอาดเป็นประจำ แต่ไม่ใช่บ่อยเกินไป แค่เช้า-เย็น จะช่วยกระชับรูขุมขนและทำให้รู้สึกสบายหน้า
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 22
ประคบหน้าด้วยน้ำแข็ง. เอาน้ำแข็งไปประคบตรงที่รูขุมขนกว้าง ประมาณ 15 – 30 วินาที จะช่วยกระชับผิวหน้าได้
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 33
ทำครีมทาหน้าจากเบคกิ้งโซดา. บรรดาเมคอัพอาร์ทิสต์ทั้งหลายน่ะปลื้มเบคกิ้งโซดากันทั้งนั้น เพราะช่วยได้เรื่องกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง แถมยังขจัดสิวอีกต่างหาก แต่ถ้าใครผิวแพ้ง่ายก็ต้องระวังหน่อย อาจจะระคายเคืองได้
ผสมเบคกิ้งโซดากับน้ำอุ่นในอัตราส่วนที่เท่ากัน (อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ) จนข้นหนึบ
เอาไปทาวนๆ ที่หน้า นวดกระชับรูขุมขนเบาๆ ประมาณ 30 วินาที
ล้างออกด้วยน้ำเย็น
ใช้สูตรนี้ทุกครั้งเวลาล้างหน้า ทำเป็นประจำประมาณ 5 – 7 วัน พอผ่านไปสัก 1 อาทิตย์ ให้ลดลงเหลือ 3 – 5 ครั้งต่ออาทิตย์ก็พอ
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 44
เอาผ้าขนหนูชุบน้ำมะนาวกับน้ำสับปะรด. จากนั้นเอามาวางซับที่หน้า 1 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น น้ำมะนาวกับน้ำสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่ช่วยกระชับผิวหน้า แถมยังขจัดสิ่งสกปรกให้ใบหน้าคุณสว่างสดใส แต่ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย ให้ทาครีมบำรุงก่อนใช้สูตรนี้จะได้ไม่ระคายเคือง น้ำมะนาว (หรือเลม่อน) นั้นมีคุณสมบัติในการชำระล้างและช่วยกระชับรูขุมขนได้เป็นอย่างดี
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 55
ขัดหน้าเบาๆ. ถ้าเป็นสครับขัดผิวไม่ใช่โฟมล้างหน้าทั่วไป จะมีเม็ดบีดส์เล็กๆ หรือส่วนผสมบางอย่างที่ใช้ขัดใช้นวดผิว (ประมาณว่าเมล็ดแอพริคอทบดเป็นต้น) ขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน สครับแบบ อ่อนโยน บางตัวก็ใช้ล้างหน้าก่อนนอนได้เลยเหมือนกัน
ถ้าใช้สครับขัดผิวเมื่อไหร่ ห้ามล้างหน้าด้วยโฟมซ้ำอีกเด็ดขาด ให้คุณเลือกเอาว่าจะใช้โฟมหรือใช้สครับ เพราะการขัดล้างผิวหน้ามากเกินไป จะทำให้เกิดการระคายเคืองและผื่นแดง เดี๋ยวจะได้ปัญหาใหม่มาเพิ่มแทนเรื่องรูขุมขน
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 66
ลองมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต. โยเกิร์ตรสธรรมชาติจะมีกรดแลคติกกับโปรไบโอติกส์ ครีมกระชับรูขุมขน  ที่พอใช้ทาผิวแล้วช่วยเรื่องควบคุมแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว ซึ่งจะทำให้รูขุมขนดูเล็กลงได้
ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติทาให้ทั่วใบหน้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาที ถ้านานเกิน 10 นาทีอาจเกิดการระคายเคืองได้
ทำซ้ำประมาณอาทิตย์ละครั้งก็พอ เพราะการมาสก์หน้าทั่วไปต้องทำนานๆ ครั้งถึงจะดี อย่าเชื่อผิดๆ ว่าต้องหมั่นผลัดผิวเป็นประจำ
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 77
กินอาหารที่มีประโยชน์. โดยเฉพาะพวกเนื้อสัตว์ไร้มัน ธัญพืช ผักผลไม้ และกรดไขมันโอเมกา-3 อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ ลด ละ เลิกพวกเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหรือคาเฟอีน พวกผลิตภัณฑ์นมเยอะไปก็ไม่ดี เพราะมีฮอร์โมนที่จะทำให้สิวของคุณยิ่งลุกลามไปกันใหญ่…[1]
ต้องได้รับวิตามิน A, B และ C อย่างเพียงพอ วิตามิน C จะช่วยลดตีนกา แผลเป็น และริ้วรอยต่างๆ[2] ส่วนวิตามิน A ก็มีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน[3]
ส้มช่วยกระชับผิวและเสริมสร้างคอลลาเจน ที่จะเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวและกระชับรูขุมขน ลองทานดู ส้มพันธุ์ไหนก็ได้ผลไม่แพ้กัน
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 88
พึ่งพา alpha และ beta hydroxy acids หรือก็คือ AHA กับ BHA. AHA กับ BHA นั้นเป็นสารสังเคราะห์เพื่อการผลัดผิว ไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติ โดยทำให้ไขมันไม่จับตัวกัน จะได้ไม่สะสมเซลล์ผิวที่ตายแล้วไว้บนใบหน้าให้เกิดการอุดตันกลายเป็นสิว[4] ส่วน BHA นั้นเด่นเรื่องการทำความสะอาดลึกถึงรูขุมขน เพราะสามารถละลายได้ในไขมัน ทำให้แทรกซึมผ่านไขมันหรือ sebum ในรูขุมขนของคุณได้
ผลัดผิวด้วยสารสังเคราะห์อย่าง AHA และ BHA ทุก 4 – 6 อาทิตย์ อย่าใช้บ่อยเกินไปเพราะอาจทำร้ายผิวแทนที่จะดูแล
วิธีการ
2
ลดสิวและริ้วรอยด่างดำด้วยตัวเอง
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 91
ลดรอยด่างดำด้วยพลังมหัศจรรย์ของมะนาว. กรดซิตริกในมะนาวหรือเลม่อนจะตรงเข้าจัดการกับเม็ดสีที่ทำให้ผิวหน้าคุณดูแพ้แดงหรือด่างดำ น้ำมะนาวช่วยลดรอยด่างดำต่างๆ ให้จางลง แต่ก็ทำให้ผิวบางด้วยเช่นกัน จนแดดแรงๆ อาจทำคุณระคายเคืองได้ เพราะฉะนั้นหลังใช้สูตรนี้อย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านล่ะ
ผสมน้ำมะเขือเทศกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน แล้วเอาสำลีชุบให้ชุ่มเพื่อทาลงบนใบหน้าเป็นประจำ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้จะช่วยลดริ้วรอยด่างดำ แถมถ้าทำเป็นประจำ เส้นขนบนใบหน้ายังบางลงได้อีกต่างหาก
ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วตามด้วยผงขมิ้นชัน 1 หยิบมือ ทาทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น ถ้าทำซ้ำเป็นประจำจะได้ผลดีเป็นพิเศษ
ใช้เปลือกมะนาวกับน้ำตาลนิดหน่อยขัดเบาๆ ที่ผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 102
ผงไม้จันทน์ผสมน้ำก็ลดรอยด่างดำได้. เอาผงไม้จันทน์มาผสมกับน้ำจนข้นเหนียว แล้วใช้ทาลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น แต่ต้องระวังให้มาก เพราะผงไม้จันทน์นี่ทำเอาคุณหน้าแห้งได้เหมือนกัน
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 113
ใช้เปลือกมะละกอหรือเปลือกกล้วยขัดหน้าเบาๆ. ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น รอยด่างดำบนใบหน้าจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากกรดต่างๆ แล้ว มะละกอกับกล้วยยังมีเอนไซม์ปาเปนกับโบรมีเลนที่ช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 124
ใช้น้ำมันเมล็ดโรสฮิป. ช่วยได้เยอะมากเรื่องลดรอยแดง ให้ทาน้ำมันโรสฮิปบางๆ ที่หน้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีทุกวัน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
วิธีการ
3
ปรึกษาแพทย์เพื่อกระชับรูขุมขนและลดริ้วรอยด่างดำ
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 131
ใช้ยาตามแพทย์สั่ง. คุณหมอโรคผิวหนังหรือคุณหมอทั่วไปสามารถสั่งยาให้คุณได้ ทั้งยาทาและยากิน ที่อาจรักษาสิวและริ้วรอยบนใบหน้าของคุณอย่างเห็นผลภายในไม่กี่อาทิตย์
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 142
ลองกรอผิวหน้าดู. Dermabrasion คือการที่คุณหมอกรอผิวหน้าชั้นบนหรือก็คือหนังกำพร้าของคุณ ด้วยหัวเจียรเพชรหรือแปรงลวดขัดที่มีความละเอียดสูง เพื่อ “ปรับสภาพผิวหน้า” ของคุณให้เรียบเนียน เหมาะมากสำหรับการลดรอยด่างดำหรือหลุมสิว
หรือจะกรอผิวหน้าแบบ microdermabrasion ซึ่งก็คล้ายคลึงกันกับ dermabrasion เพียงแต่จะละเอียดอ่อนกว่า โดยจะใช้หัวเจียรกรอชั้นหนังกำพร้าบนผิวหน้าอย่างเบามือ เพื่อลดรอยด่างดำและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทดแทน
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 153
ขูดผิวหน้าหรือ Dermaplaning. ก็คล้ายกันกับ dermabrasion เพียงแต่หมอผิวหนังนั้นจะ “ขูด” ผิวหน้าชั้นบนสุดออกไป หรือที่เรียกว่า “planing” โดยทำซ้ำแบบกลับไปกลับมา
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 164
ฉายแสงกำจัดรอยด่างดำ. หมอผิวหนังหรือสถานเสริมความงามจะใช้อุปกรณ์แบบคลื่นความถี่สูงขจัดแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดรอยด่างดำอันเป็นอันตรายได้ อิเล็กโทรดเล็กๆ จะเข้าปกคลุมรอยด่างดำดังกล่าวแล้วทำให้จางลงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
หรือจะใช้เครื่อง Zeno ที่ใช้คลื่นความถี่สูงเหมือนกัน แต่จะต่างกันที่เครื่องนี้ใช้ง่ายพกพาสะดวก เพราะเป็นแบบใส่ถ่านนั่นเอง
ตั้งชื่อภาพ Get Rid of Large Pores and Blemishes Step 175
ฉีดคอร์ติโซน. คุณอาจจะให้หมอผิวหนังของคุณฉีด cortisone ที่สิวและรอยด่างดำ จะได้เรียบเนียนในไม่กี่วัน แต่แนะนำว่าให้สงวนวิธีนี้ไว้ใช้สุดท้าย ในกรณีที่ใช้วิธีไหนก็ไม่ได้ผล ครีมกระชับรูขุมขน.

เสริมนมสำคัญไม่แพ้ส่วนใด วัสดุแต่ละแบบ ย่อมให้ผลลัพธ์ต่างกัน ผิวเรียบ

เสริมนม วัสดุเทียม และ ทรงวัสดุที่ใส่ลงไป สำคัญไม่แพ้ส่วนใด วัสดุแต่ละแบบ ย่อมให้ผลลัพธ์ต่างกัน ผิวเรียบ ผิวทราย ทรงกลม ทรงหยดน้ำ เพราะมันจะเผยออกมาเป็นรูปลักษณ์รูปทรงอวัยวะหน้าอกของเรา การสัมผัส การอยู่ทรง การเคลื่อนไหวท่านั่ง ยืน เดิน นอนของเรา การที่ต้องนวดและไม่นวด ที่สำคัญราคาก็ต่างกันสำหรับทรงหยดน้ำ กับ ทรงกลม ไปศึกษาให้ดี เสริมนม.

เสริมนม
5. ขนาด คัพ ไซส์
บอกเลยว่าถ้าทำที่เกาหลี หมอไม่เคยให้ใหญ่ และ เมื่อไม่ใหญ่บางทีอาจจะห่างเหมือนนมธรรมชาติ เพราะเขามองว่าอะไรที่ธรรมชาติ และ เหมาะสมกับการดูแล ที่ไม่ทำร้ายสุขภาพระยะยาว นั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าจะทำใหญ่ๆ ไม่ต้องบินไปไกลถึงนู้นค่ะ ของเอิ๊กทำเกาหลีจ่ายราคาเท่ากับคนเกาหลีแต่เอิ๊กจะได้รับการันตี มีแก้ได้ถ้ามีปัญหาไม่ต้องจ่ายตังค์รอบสองสามถ้าเกิดจากการผ่าตัดเพราะ STMSTYLE จะจัดการยินดีรับผิดชอบให้เอง หรือเรื่องหมอหมอเก่งเฉพาะด้านอยู่แล้ว แต่เรื่องความเจ็บปวดบอกตรงๆไม่มี พักฟิ้นเร็วมาก ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก็เดินหลั่นล้าได้ การสูญเสียเนื้อเยื่อน้อยเพราะเขามีกล้องส่องเพื่อใช้วางวัสดุได้อย่างแม่นยำจะเลาะช่องว่างเท่าขนาดวัสดุเท่านั้น และ ที่สำคัญไม่ต้องใช้มอร์ฟิน กินแค่ยาแก้ปวดธรรมดา ของเอิ๊กไม่มีบวมไม่มีอักเสบ ไม่มีใครรู้ว่าทำเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว และ เอิ๊กก็ทำงานได้ในวันรุ่งขึ้นตามปกติ ไม่มีต้องรออีกนานแค่ไหน นมจะยุบ ไม่ยุบ หายอักเสบเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอ ทำมาตอนแรกเท่าไหน ตอนนี้เกือบ 4 เดือนก็วัดได้เท่าเดิม ไม่มีอักเสบ เพียงแต่หน้าตาจะดูนุ่มนวลขึ้น จะเป็นธรรมชาติมากขึ้น ค่อยๆนิ่มลงเรื่อยๆ เอิ๊กไม่ต้องนวดหน้าอก 55555 หมอห้าม เลยกังวลแค่เรื่องแผลที่แอบไปยิงเลเซอร์ตลอดที่ ISKYCENTER และมีข้อที่เราต้องยอมรับบางประการ เตรียมอ่านบลอคต่อไปได้เลย 🙂
6. ผลข้างเคียง / ข้อควรระวังหลังเสริม เสริมนม
อาจจะรวมไว้กับข้อเสียได้แต่มันจะดูลึกอีกระดับ ปัญหาการชาของเต้านมช่วงระหว่าง 5-6 เดือนแรกในระยะเวลาที่เส้นประสาทกำลังเชื่อมกันอยู่ใหม่ การชาของหัวนม การทานยาบางตัวเพื่อป้องกันการอักเสบ1-3-6 เดือนแล้วแต่คน ซึ่งยาบางประเภทก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ทางที่ดีถามให้ละเอียดเรื่องยาที่ต้องรับประทาน หรือ การดูแลตัวเอง อย่างเช่น ห้ามนวด หมายความว่า เราต้องรอนานเหมือนกัน 6 เดือน ถึง 1 ปีเพื่อให้มันนิ่ม และ คล้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่บางวัสดุ เช่น ผิวเรียบ เขานิ่มกันไปไหนต่อไหนแล้ว พอหลังเสริม บราแบบไหนที่ควรใส่ของประเทศเกาหลีที่เอิ๊กไปทำ หมอบอกเลยไม่อยากให้ใส่มีโครงถ้าไม่จำเป็น เพราะผิวหน้าอกเราบางอยู่แล้ว และ จะถูกเสียดสีจากโครงจนบางขึ้นไปอีก ห้ามออกกำลังกายหนักช่วง 1-2 เดือนแรก ฯลฯ อีกมากมายที่ต้องถามให้ละเอียด อย่าลืมว่าคุยกับหมอเท่านั้น เชื่อหมอเท่านั้นในการทำศัลยกรรมประเภทนี้ แล้วจะดีเอง
7. มันอาจไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป
ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ไม่ว่าอาจจะแก้เพราะได้ผลไม่พอใจ หรือ พอใจมาก จนวันนึงเกิดมีลูกนมขยายใหญ่ขึ้นมาอีกมากๆ เราก็อาจจะอยากเอาออก หรือ บางคนทำใหญ่มาก ปวดหลัง X-RAY มากระดูกหลังงอ ก็ต้องมาเปลี่ยนไซส์หรือเอาออกได้ มันขึ้นอยู่กับช่วงวัยของเราตอนนั้น และ การเปลี่ยนแปลงของร่างกายด้วย จงท่องไว้ว่ามันอาจไม่ได้อยู่กับเราตลอดไปก็ได้นะ หมายความว่า อาจมีการผ่าตัดเกิดขึ้นอีกก็ได้นะ ยกเว้นแต่ว่าร่างกายเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก หรือ เรายังคงพึงพอใจกับผลลัพธ์ในแบบนี้ อย่างน้อยมันก็อยู่ยาวนานเกิน 10 – 15 ปีขึ้นไป
การทำศัลยกรรมหน้าอกคืออะไร
การเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยวัสดุถุงนมเทียมด้วยการผ่าตัด [ถุงซิลิโคนชนิดแผ่นบรรจุเป็น น้ำเกลือ หรือ ซิลิโคนเจล อยู่ภายใน] ซึ่งดูภายนอกก็จะเห็นว่าใกล้เคียง หรือ กลืนไปกับสรีระธรรมชาติถ้าไม่ได้สัมผัส หรือ บางทีการสัมผัสก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะปัจจุบัน บางวัสดุเทียมบางชนิดก็ให้สัมผัสที่เหมือนจริงค่อนข้างมาก แต่นอกเหนือจากนั้น การทำศัลยกรรมหน้าอกยังหมายถึง การแก้ไขปัญหาการคล้อยของทรวงอก การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก การแก้ไขปัญหาหัวนมไม่เท่ากัน หัวนมบอด ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมต้องผ่าตัดหน้าอกออกไป ฯลฯ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหน้าอกก็จำเป็นที่จะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะออกแบบรูปร่างและขนาดของหน้าอกให้เหมาะกับความต้องการคนไข้ เหนือสิ่งอื่นใดต้องเหมาะสมพอดีกับสรีระ และ ความปลอดภัยระยะยาวเป็นหลัก.

เสริมหน้าอกข้อเสียของการทำหน้าอกที่ต้องยอมรับ

เสริมหน้าอก ข้อเสียของการทำหน้าอกที่ต้องยอมรับ แน่นอนว่าข้อดี เราทราบอยู่แล้วละ หลายประการ ตอบสนองความต้องการที่จะมีไซส์ใหม่ของเรา หรือ ช่วยแก้เรื่องความหย่อนคล้อย บางคนก็มีปัญหาชีวิตคู่ บางคนสามีเคี่ยวเข็ญให้มาทำ [ สามีใจร้าย555แต่แลกกับการไม่นอกกาย ภรรยาหลายคนตามใจ ] เสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก

ข้อเสียแน่นอนหลายคนกลัวเจ็บ แต่ขอบอกว่าเอิ๊กไม่รู้สึกเลย รถทับอะไรไม่ใช่เลย จะบอกว่าเลเซอร์ขนรักแร้เจ็บกว่า มันแค่ระบมวันเดียวแบบปวดเมนส์ ปวดรำคาญ แค่ย้ายจากปวดท้องมาปวดตรงหน้าอก และ รู้สึกอึดอัดช่วงแรก พร้อมกับการหายใจแล้วรู้สึกข้างในฟกช้ำเฉยๆ แต่สิ่งที่ต้องการให้ยอมรับนอกจากค่าใช้จ่ายที่สูงลิบ ก็ต้องทำความรู้จักสรีระตัวเองก่อน ถ้านมห่างมาก จะให้ชิดอาจจะยากมาก หรือ มองระยะยาว ถึงสุขภาพ ทำใหญ่มาก ปวด ไหล่ คอ หลัง และ ต้องยอมรับแผลเป็น เสริมหน้าอก ข้อเสียที่ต้องยอมรับสำหรับเอิ๊กคือแผลเนี่ยละ กำลังทำทุกวิธีทางให้มันจางไปมากที่สุด ซึ่งต้องรอประมาณ 1 ปี ถึงจะเริ่มเห็นสีของแผลจางไป เรื่องเสื้อผ้าที่ต้องใส่ระวังมากขึ้น ไม่มีนมใส่อะไรก็ดูน่ารัก พริ้วๆ พอมีก็ต้องระวังตัวเป็นผู้หญิงบางทีมันอันตราย เราจะโทษเพศตรงข้ามไม่ได้ มันเป็นสัญชาตญาณ หรือ ฮอร์โมนในสมองของเขา ที่จะต้องจับจ้อง ส่วนโค้งเว้าของผู้หญิงก่อน ความสวยงามของผู้หญิงแสดงออกได้หลายอย่าง ตั้งแต่กิริยา มารยาท การแสดงออก การพูดจา บางทีทำมาอยากจะเปิดเผยบ้างให้คุ้มค่าก็ทำได้ เพียงแต่ให้คำนึงถึงความปลอดภัย เป็นห่วงจากใจจริงๆค่ะ
4. วัสดุเทียม และ ทรงวัสดุที่ใส่ลงไป
สำคัญไม่แพ้ส่วนใด วัสดุแต่ละแบบ ย่อมให้ผลลัพธ์ต่างกัน ผิวเรียบ ผิวทราย ทรงกลม ทรงหยดน้ำ เพราะมันจะเผยออกมาเป็นรูปลักษณ์รูปทรงอวัยวะหน้าอกของเรา การสัมผัส การอยู่ทรง การเคลื่อนไหวท่านั่ง ยืน เดิน นอนของเรา การที่ต้องนวดและไม่นวด ที่สำคัญราคาก็ต่างกันสำหรับทรงหยดน้ำ กับ ทรงกลม ไปศึกษาให้ดี
5. ขนาด คัพ ไซส์ เสริมหน้าอก
บอกเลยว่าถ้าทำที่เกาหลี หมอไม่เคยให้ใหญ่ และ เมื่อไม่ใหญ่บางทีอาจจะห่างเหมือนนมธรรมชาติ เพราะเขามองว่าอะไรที่ธรรมชาติ และ เหมาะสมกับการดูแล ที่ไม่ทำร้ายสุขภาพระยะยาว นั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าจะทำใหญ่ๆ ไม่ต้องบินไปไกลถึงนู้นค่ะ ของเอิ๊กทำเกาหลีจ่ายราคาเท่ากับคนเกาหลีแต่เอิ๊กจะได้รับการันตี มีแก้ได้ถ้ามีปัญหาไม่ต้องจ่ายตังค์รอบสองสามถ้าเกิดจากการผ่าตัดเพราะ STMSTYLE จะจัดการยินดีรับผิดชอบให้เอง หรือเรื่องหมอหมอเก่งเฉพาะด้านอยู่แล้ว แต่เรื่องความเจ็บปวดบอกตรงๆไม่มี พักฟิ้นเร็วมาก ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก็เดินหลั่นล้าได้ การสูญเสียเนื้อเยื่อน้อยเพราะเขามีกล้องส่องเพื่อใช้วางวัสดุได้อย่างแม่นยำจะเลาะช่องว่างเท่าขนาดวัสดุเท่านั้น และ ที่สำคัญไม่ต้องใช้มอร์ฟิน กินแค่ยาแก้ปวดธรรมดา ของเอิ๊กไม่มีบวมไม่มีอักเสบ ไม่มีใครรู้ว่าทำเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว และ เอิ๊กก็ทำงานได้ในวันรุ่งขึ้นตามปกติ ไม่มีต้องรออีกนานแค่ไหน นมจะยุบ ไม่ยุบ หายอักเสบเมื่อไหร่ ไม่ต้องรอ ทำมาตอนแรกเท่าไหน ตอนนี้เกือบ 4 เดือนก็วัดได้เท่าเดิม ไม่มีอักเสบ เพียงแต่หน้าตาจะดูนุ่มนวลขึ้น จะเป็นธรรมชาติมากขึ้น ค่อยๆนิ่มลงเรื่อยๆ เอิ๊กไม่ต้องนวดหน้าอก 55555 หมอห้าม เลยกังวลแค่เรื่องแผลที่แอบไปยิงเลเซอร์ตลอดที่ ISKYCENTER และมีข้อที่เราต้องยอมรับบางประการ เตรียมอ่านบลอคต่อไปได้เลย 🙂
6. ผลข้างเคียง / ข้อควรระวังหลังเสริม
อาจจะรวมไว้กับข้อเสียได้แต่มันจะดูลึกอีกระดับ ปัญหาการชาของเต้านมช่วงระหว่าง 5-6 เดือนแรกในระยะเวลาที่เส้นประสาทกำลังเชื่อมกันอยู่ใหม่ การชาของหัวนม การทานยาบางตัวเพื่อป้องกันการอักเสบ1-3-6 เดือนแล้วแต่คน ซึ่งยาบางประเภทก็ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ทางที่ดีถามให้ละเอียดเรื่องยาที่ต้องรับประทาน หรือ การดูแลตัวเอง อย่างเช่น ห้ามนวด หมายความว่า เราต้องรอนานเหมือนกัน 6 เดือน ถึง 1 ปีเพื่อให้มันนิ่ม และ คล้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่บางวัสดุ เช่น ผิวเรียบ เขานิ่มกันไปไหนต่อไหนแล้ว พอหลังเสริม บราแบบไหนที่ควรใส่ของประเทศเกาหลีที่เอิ๊กไปทำ หมอบอกเลยไม่อยากให้ใส่มีโครงถ้าไม่จำเป็น เพราะผิวหน้าอกเราบางอยู่แล้ว และ จะถูกเสียดสีจากโครงจนบางขึ้นไปอีก ห้ามออกกำลังกายหนักช่วง 1-2 เดือนแรก ฯลฯ อีกมากมายที่ต้องถามให้ละเอียด อย่าลืมว่าคุยกับหมอเท่านั้น เชื่อหมอเท่านั้นในการทำศัลยกรรมประเภทนี้ แล้วจะดีเอง
7. มันอาจไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป

สูตรหน้าขาวใส 7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ

สูตรหน้าขาวใส  7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ เสกผิวขาวใสดั่งใจทุกวัน

การดูแลผิวของผู้หญิงเรานั้น มีให้เลือกทำด้วยกันหลายสูตรเลยทีเดียวไม่ว่าจะการบำรุงจากภายในหรือภายนอก และวันนี้ Admin ก็จะมาบอกต่อถึงคุณประโยชน์ของมะเขือเทศที่มีดีต่อสุขภาพผิวทั้งภายในและภายนอกอย่างครบวงจรค่ะ มีดีอย่างไรรีบมาติดตามกันสิคะสาวๆ สูตรหน้าขาวใส 

สูตรหน้าขาวใส

สูตรหน้าขาวใส 7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ เสกผิวขาวใสดั่งใจทุกวัน

มะเขือเทศกับการบำรุงผิวสวยจากภายใน
มะเขือเทศเป็นผักสีแดงลูกกลมเกลี้ยงเกลา หลายคนรู้จักมะเขือเทศกันเป็นอย่างดี เพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินนานาชนิด อาทิ วิตามินบี 1 บี 2 วิตามินเค วิตามินเอและวิตามินซีในปริมาณสูง ทั้งยังมีสารไลโคปีนซึ่งเป็นสารสีแดงที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณอย่างที่ไม่ควรมองข้าม โดยมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกิดริ้วรอยก่อนวัย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และบำรุงผิวให้แลดูอมชมพูกระจ่างใสแบบมีเลือดฝาดตามธรรมชาติ

หากสาวๆ คนไหนไม่ค่อยชอบกินมะเขือเทศนัก จะหันมาดื่มน้ำมะเขือเทศก็ได้เหมือนกันนะ เพราะมันส่งผลต่อสุขภาพผิวได้ดีเช่นกัน ทำให้ผิวไม่แห้งกร้านและยังเปล่งปลั่งสดใส ที่สำคัญไปกว่านั้นการกินมะเขือเทศเป็นประจำยังช่วยเรื่องการย่อยอาหารและช่วยในด้านของการขับถ่ายให้ทำงานดีขึ้นด้วยค่ะ และนอกจากมะเขือเทศจะมีดีต่อการบำรุงผิวพรรณให้สวยจากภายในแล้ว เรายังสามารถนำผลสดมาปรนนิบัติผิวภายนอกได้เช่นกันนะ มาดูกันเลยค่ะว่ามีประโยชน์ด้านใดบ้าง

7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ เสกผิวขาวใสดั่งใจทุกวัน

7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ
กระชับรูขุมขนกว้างให้เล็กลง
สาวๆ หลายคนมักเผชิญกับผิวหน้ามันแถมยังมาพร้อมปัญหารูขุมขนกว้างอีกด้วย แต่คุณสามารถคั้นน้ำมะเขือเทศสดผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อย แล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้าทิ้งเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที เสร็จแล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง รับรองได้เลยว่ารูขุมขนจะค่อยๆ เล็กลง ผิวหน้าก็กระชับยืดหยุ่นมากขึ้น แถมยังขาวกระจ่างใสมากขึ้นอีกด้วย

รักษาสิว
เนื่องจากมะเขือเทศมีวิตามินเอและวิตามินซีสูง จึงสามารถรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สูตรหน้าขาวใส วิธีใช้ง่ายมากค่ะ เพียงผ่ามะเขือเทศออกครึ่งแล้วนำมาถูวนให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็นจัด หมั่นทำเป็นประจำ เพียงเท่านี้สิวก็จะค่อยๆ หายไปแถมยังรักษารอยสิวให้จางลงได้ด้วย

7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ เสกผิวขาวใสดั่งใจทุกวัน

ลดเลือนความหมองคล้ำ
ใบหน้าที่หมองคล้ำไม่สดใส สามารถนำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นใหญ่แล้วคลุกน้ำตาลทราย จากนั้นนำมาขัดผิวอย่างอ่อนโยนให้ทั่ว เป็นการสครับผิวเพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ความหมองคล้ำก็จะจางหายไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือผิวหน้าอันกระจ่างใสผุดผ่องนั่นเอง สูตรนี้แนะนำให้ทำสัปดาห์ละประมาณ 2 ครั้งค่ะ

คืนความเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า
คืนความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้าง่ายๆ ด้วยการนำมะเขือเทศมาปั่นรวมกับโยเกิร์ต จากนั้นนำมาพอกหน้าให้ทั่วแล้วปล่อยทิ้งไว้ 30 นาที ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ รับรองผิวหน้าสดใสเปล่งปลั่งอย่างสังเกตได้แน่นอน เพราะมะเขือเทศมีคุณสมบัติที่สามารถล้างพิษต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในผิวให้หลุดออกไปได้ ในขณะที่โยเกิร์ตจะทำหน้าที่บำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง สดใส สูตรนี้เหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆ ที่มักเผชิญฝุ่นควันหรือมลพิษต่างๆ ในระหว่างวันจนสภาพผิวหน้าร่วงโรยและอ่อนล้า

7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ เสกผิวขาวใสดั่งใจทุกวัน

ชะลอริ้วรอย
ปอกเปลือกมะเขือเทศออกให้หมดแล้วนำเอาน้ำและเนื้อของมะเขือเทศมาผสมรวมกันกับแป้งกรัม คนจนส่วนผสมเป็นเนื้อเหลวๆ แล้วนำมาพอกหน้าให้ทั่วปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง จึงล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น อยากมีใบหน้านุ่มนวลและไร้ริ้วรอย อย่าลืมทำสูตรนี้เป็นประจำนะคะสาวๆ

เยียวยาผิวไหม้จากแดด
คุณรู้ไหมว่ามะเขือเทศนั้นมีสารไลโคปีนที่สามารถปกป้องผิวให้ห่างไกลจากรังสียูวีได้ด้วย และหากผิวมีปัญหาไหม้แดดจนมีอาการแสบร้อน ก็สามารถคั้นเอาน้ำมะเขือเทศมาผสมกับนมเปรี้ยวจากนั้นนำไปทาผิวที่ไหม้แดดได้เลยค่ะ ปล่อยทิ้งไว้สัก 20-30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจัด รับรองมันจะช่วยปลุกฟื้นผิวให้กลับมามีสุขภาพดีขึ้นดังเดิมได้เร็วแน่นอน

7 สูตรผิวสวยด้วยมะเขือเทศ เสกผิวขาวใสดั่งใจทุกวัน

แก้ปัญหาหน้ามัน
คั้นน้ำมะเขือเทศสดแล้วใช้สำลีชุบให้ชุ่มมาทาผิวหน้าเป็นประจำทุกวันค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยขจัดความมันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว แถมสาวๆ ยังได้ผิวหน้าที่กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วย

เพราะสุขภาพผิวเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจ ใครว่าใช่จะมีแต่เรื่องสุขภาพกายภายในเท่านั้นจริงมั้ยละคะ ดังนั้น สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากมีผิวพรรณสวยครบวงจรตั้งแต่ภายในจรดภายนอก อย่าลืมหันมาใส่ใจกินมะเขือเทศหรือน้ำมะเขือเทศเป็นประจำ พร้อมกับหมั่นพอกผิวตามสูตรต่างๆ

หากหมั่นทำตามนี้ รับประกันได้เลยว่าผิวสวยอ่อนเยาว์และขาวกระจ่างใสจะต้องเป็นของคุณง่ายๆ ภายในเวลาไม่นานแน่นอนค่ะ สูตรหน้าขาวใส.

หน้าใสทําไง วิธีทำให้ผิวขาว สวย และเนียนมากยิ่งขึ้น

หน้าใสทําไง   วิธีทำให้ผิวขาว สวย และเนียนมากยิ่งขึ้น

20 วิธีทำให้ผิวขาว สวย และเนียนมากยิ่งขึ้น

ผู้หญิง หลายคนไม่มั่นใจในความสวยของตัวเอง และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงดูดีขึ้นนั่นคือการมีผิวขาว เพราะการมีผิวขาวจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้เราดูดีขึ้น หน้าใสทําไง 

หน้าใสทําไง
หน้าใสทําไง  วิธีทำให้ผิวขาว อาจจะมีหลายวิธีให้คุณผู้หญิงได้ลองเลือกมาใช้กัน แต่ที่แน่ๆ คุณผู้หญิง ไม่มีทางจะให้ผิวของคุณนั้นมีริ้วรอยและหมองคล้ำแน่นอนใช่ไหมล่ะค่ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีวิวัฒนาการจากความงามมากมายให้คุณสาวๆ ได้เลือกใช้กัน ซึ่งบางทีก็เห็นผลบ้าง ไม่เห็นผลบ้าง สิ่งสำคัญคือคุณต้องเสียเงินทองมากมายเพื่อที่จะให้ตัวเองนั้นมีผิวขาว ไม่มีริ้วรอย หรือแม้นแต่ความหมองคล้ำต่างๆ คุณเองก็อาจจะต้องจ่ายเงินไปจำนวนมากๆ เพื่อให้ตัวเองมีผิวที่ขาวขึ้น พอให้ฟังแบบนี้แล้วคุณผู้หญิงคงคิดท้อใจขึ้นมาทันทีใช่ไหมล่ะค่ะ แต่อย่างเพิ่งท้อใจไปเลยค่ะ วันนี้ 108 health เรามีวิธีทำให้ผิวขาวได้โดยไม่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากมาบอกคุณผู้หญิงกันค่ะ งั้นเราไปดูวิธีทำให้ผิวขาว แบบยาวนานกันดีกว่า

1. วิธีทำให้ผิวขาว โดย การขัดผิว (Exfoliating)
การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวหน้า รากศัพท์ของมันมาจากคำว่า “foliage” ซึ่งแปลว่าใบพืช เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าอิพิเดอร์มิส (Epidermis) หรือผิวชั้นนอกเกิดขึ้นมาโดยผ่านกระบวนการสร้างจนมาเติบโตเต็มที่อยู่ชั้นบน สุดของผิวหนัง โดยเซลล์ที่อยู่ล่างสุดของชั้นนี้ที่เรียกว่า เซลล์แรกเริ่ม (Basal Cells) จะสร้างเซลล์ลูกซึ่งจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจนกลายเป็นผิวชั้นนอกเซลล์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นตัวกั้นระหว่างร่างกายเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งยังช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นภายในและป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ ผิว หลังจากเซลล์ใหม่ที่แข็งแรงกว่า อยู่ประจำที่บนชั้นผิวหนังแล้ว เซลล์ผิวเก่าก็จะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติ หากยังตกค้างอยู่บนผิวก็จะทำให้ผิวดูไม่มีชีวิตชีวา และดูเป็นสะเก็ดการขัดหน้าจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดเซลล์เก่าที่บดบังความสดใสนั่นเอง

2.วิธีทำให้ผิวขาว โดย ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขัดผิว
ได้แก่ ฟองน้ำขัดรูปแบบต่างๆ เช่น ใยบวบ หรือครีม เช่น เอเอชเอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถใช้ขัดผิวได้ การขัดผิวอย่างนุ่มนวลจะช่วยให้ผิวของคุณดูชุ่มชื่นและใสกระจ่างมากยิ่งขึ้น

3.วิธีทำให้ผิวขาว โดย ควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวด้วยวิธีรุนแรง
หากขัดมากเกินไป ก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่นๆ ได้ง่าย

4.วิธีทำให้ผิวขาว โดย กำจัดออกไป
ผิวมีหม่นหมอง ดูแล้วมีความมัน ผิวจะเกิดการอุดตันและหายใจไม่ได้ หรือบางทีอาจทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมทั้งทำให้กระบวนการไหลเวียนของโลหิตใต้ผิวไม่ดี ทำให้ของเสียเกิดการสะสมตัว เป็นปัญหาที่ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย

5.วิธีทำให้ผิวขาว โดย ถ้าต้องการขัดผิวหน้า
คุณก็ควรทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และขัดผิวกายเดือนละ 1-2 ครั้ง หน้าใสทําไง แต่ถ้าใครมีเซลลูไลท์ แนะนำให้ขัดผิวบริเวณส่วนนั้นทุกวัน โดยใช้ถุงมือผ้าที่ใช้สำหรับอาบน้ำนวดขัด เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกำจัดของเสียออกทางระบบน้ำเหลือง
6.วิธีทำให้ผิวขาว โดย การขัดผิวที่ถูกต้อง
สิ่งที่ต้องมีคือ ฟองน้ำสำหรับขัดผิวกาย ถุงมือผ้า อาบน้ำหรือใยบวบ และผลิตภัณฑ์ขัดผิว เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ถ้าไม่แน่ใจลองปรึกษาคนขายดู

7.วิธีทำให้ผิวขาว โดย เริ่มต้นที่ทำผิวเปียก
นำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียน ใช้น้ำล้างออกให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น

8.วิธีทำให้ผิวขาว โดย ผลิตภัณฑ์สำหรับขัดผิวควรเลือกที่เป็นครีมหรือเจล
เนื้อครีมควรมีลักษณะเป็น เม็ดกลม เพื่อปกป้องผิวจากการระคายเคือง หรือเป็นแผลถลอก ขณะที่ขัดนวดผิวบริเวณนั้นควรมีความชื้นพอหมาด แล้วล้างออกด้วยน้ำมากๆ

9.วิธีทำให้ผิวขาว โดย ใยบวบ หรือใยขัดธรรมชาติ
เป็นอุปกรณ์ขัดผิวที่มีประสิทธิภาพมาก แต่ถ้าออกแรงขัดมากเกินไป อาจทำให้แสบผิวได้ เพราะใยบวบ เหล่านี้มีลักษณะสาก และหยาบ เวลาขัด จึงควรขัดเบาๆ ไปทั่วร่างกายขณะอาบน้ำ และเมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรล้างทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง

10.วิธีทำให้ผิวขาว โดย การใช้ผ้าสำหรับถูตัว
หรือจะเป็นฟองน้ำถูตัวเวลาอาบน้ำ ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งของการขัดผิว โดยใช้ร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้

11.วิธีทำให้ผิวขาว โดย เลียนแบบจากสปาชั้นนำ
โดยการใส่น้ำให้เต็มอ่าง เติมเกลือเม็ดลงไป และเวลาที่ลงไปแช่ตัวอยู่ในอ่างให้ใช้เกลือ 1 กำมือ ขัดไปมาเบาๆ ให้ทั่วตัว และล้างตัวด้วยน้ำสะอาด

12.วิธีทำให้ผิวขาว โดย แปรงผิวสามารถใช้ได้ดี
โดยขัดเบาๆ บนผิวที่แห้งก่อนอาบน้ำ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดไป หรือจะใช้ในขณะอาบน้ำร่วมกับสบู่ หรือเจลอาบน้ำก็ได้

13.วิธีทำให้ผิวขาว โดย การปรนนิบัติผิวให้นุ่มนวลขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น
ควรเริ่มด้วยการใช้น้ำมันนวดผิวก่อนอาบน้ำ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการขัดผิว เพื่อช่วยปรนนิบัติ ผิวสะอาดหมดจด สวยเนียนสดใสไปอีกนานๆ

14.วิธีทำให้ผิวขาว โดย เราสามารถทำครีมขัดผิวใช้เอง
โดยการใช้เกลือเม็ดเล็กๆ ผสมกับน้ำมันทาผิว (Baby Oil) หรือน้ำมันมะกอกทาทั่วตัวทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที นวดให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

15.วิธีทำให้ผิวขาว โดย สครับสำเร็จรูปมักมีลักษณะคล้ายๆ กัน
คือมีบีด (bead) ซึ่งอาจทำจากเกลือ, น้ำตาล, อัลมอนด์ ฯลฯ ช่วยในการขัดผิว มีน้ำมันช่วยหล่อลื่นมีกลิ่นหอม อีกทั้งมีส่วนประกอบในการบำรุงผิวอีกหลายชนิด
16.วิธีทำให้ผิวขาว โดย เราสามารถทำสครับใช้เองง่ายๆ
ด้วยการใช้ผักผลไม้ชนิดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในตัวเดียว คือมีผิวสัมผัสที่ให้ความหยาบเล็กน้อย แต่ต้องไม่ถึงกับให้ผิวระคายเคือง มีน้ำช่วยหล่อลื่นและมีวิตามินตรงกับความต้องการ

17.วิธีทำให้ผิวขาว โดย มะขามเปียก,สับปะรด
ทั้ง 2 ชนิดนี้มีเส้นใยช่วยขจัดขี้ไคล มีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิว ทำให้ผิวขาวใส มีวิตามินซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์สูง มะละกอมีเอนไซม์อ่อนๆ ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว วิตามินสูง แต่เนื้อมีความละเอียดมาก มะนาวเป็นกรด เหมาะใช้กับผิวส่วนที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก, ส้นเท้านุ่มขึ้น แตงกวาช่วยให้ผิวสดชื่น มะพร้าวขูดมีน้ำมันช่วยบำรุงผิว แต่ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้งมากต้องระวัง ลองใช้ส้มเช้งมีคุณสมบัติ คล้ายสองชนิดแรก แต่ไม่เป็นกรดมาก

18.วิธีทำให้ผิวขาว โดย เลือกสิ่งที่อยู่ในครัวเรือนและมีโอกาสแพ้น้อยที่สุด
เช่นเกลือมีฤทธิ์ช่วยสมานผิว, ข้าวสารบดละเอียดช่วยให้ผิวขาว, น้ำตาลทรายมีทั้งความสากและความหนืดอยู่ในตัวเอง, งาเนื้อไม่หยาบเกินไป มีน้ำมันอยู่ในตัวช่วยลดความระคายเคือง และกาแฟกระตุ้นให้ร่างกายขับสารพิษ สิ่งที่ควรระวังคือบีดบางชนิดมีเหลี่ยมคม จึงต้องนำมาบดให้ละเอียดก่อนนอกจากนั้นอาจเพิ่มน้ำมันลงไปเพื่อช่วยลดการ เสียดสี

19.วิธีทำให้ผิวขาว โดย การใช้น้ำมัน
จุดประสงค์สำคัญคือช่วยหล่อลื่น และเป็นตัวช่วยลดความเข้มข้นของกรดสำหรับคนผิวแห้งเช่น ถ้าคุณต้องการใช้สับปะรดขัดผิว แต่เกรงว่าผิวจะแห้ง เกินไป การเพิ่มส่วนผสมน้ำมันก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะนอกจากช่วยให้ลื่นแล้ว น้ำมันยังช่วยเคลือบผิวไม่ให้มีการสูญเสียน้ำมากเกินไป

20.วิธีทำให้ผิวขาว โดย เพิ่มความหอมรื่นรมย์
สามารถเสริมกลิ่นด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไป 2-3 หยด ซึ่งต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับนวดตัว ซึ่งมักผสมที่ความเข้มข้นประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่สำหรับใส่เตาเผาน้ำมันเพราะน้ำมันหอมระเหย เข้มข้นจะทำให้ผิวไหม้ได้ หน้าใสทําไง.

หน้าเนียนใส สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพร 20 สูตร

หน้าเนียนใส สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพร 20 สูตร
หมวดหมู่ : ความสวยความงาม, สมุนไพร, เรื่องน่ารู้ Tags: ผิวหน้า พอกหน้า
เรื่องความสวยความงามนั้นเป็นเรื่องที่คุณสาวๆจะยอมกันไม่ได้เลยทีเดียว ยิ่งใครมาคุยกับว่าหน้าขาวกว่า เด้งดึ๋งกว่า กระชับกว่า ยิ่งยอมไม่ได้ ต้องทำทุกอย่างให้ตัวเองกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งให้ได้ ด้วยเหตุนี้เรื่องการพอกหน้า มาสก์หน้า จึงเป็นเรื่องปกติของสาวๆทั้งหลาย ใครว่าสูตรพอกหน้าไหนดี อันไหนแจ่ม เป็นไม่พลาด  หน้าเนียนใส
หน้าเนียนใส

 

หน้าเนียนใส แน่นอนว่าเรื่องเกี่ยวกับผิวหน้านั้น สูตรพอกหน้าเพื่อความเต่งตึงกระชับย่อมเป็นที่ต้องการและค้นหาของสาวๆทุกคน แต่บางคนก็กังวลถึงผลกระทบของสูตรพอกหน้าที่ตัวเองใช้ว่าจะมีผลข้างเคียงหรือไม่ หน้าจะพังหนักไปกว่าเก่าหรือเปล่า ด้วยเหตุนี้เองสูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรจึงเข้ามามีบทบาทและได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสมุนไพรนอกจากจะหาได้ง่าย ราคาไม่แพงเหมือนครีมพอกหน้าจากต่างประเทศแล้ว ยังไม่มีผลข้างเคียงกับผิวหน้าอีกด้วย วันนี้เราจึงขอนำเสนอสูตรพอกหน้าแจ่มๆ รวมถึงสูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพร 20 สูตร พอกกันให้หน้าสวยใส ขาวเด้ง เป็นเด็กมัธยมกันไปเลย ^ ^
สูตรพอกหน้า
สูตรพอกหน้า / สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพร
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 1 : ว่านหางจระเข้ + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรว่านหางจระเข้นี้ ทำได้โดยนำว่านหางจระเข้ 3 ใบมาล้างให้สะอาดพร้อมแกะเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วปั่นพร้อมกับไข่ไก่ 1 ฟอง ปั่นจนละเอียดข้นเป็นเนื้อเดียวกัน พอกหน้าครั้งละ 15-20 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้ผิวหน้าที่ชุ่มชื่นสวยใสและเด้ง
หมายเหตุ – กดเพื่อดูรายละเอียด สูตรพอกหน้าด้วยว่านหางจระเข้
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 2 : เมล็ดทานตะวัน + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าด้วยเมล็ดทานตะวันนี้เริ่มจากนำเมล็ดทานตะวันที่แกะเปลือกแล้วครึ่งถ้วยมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำมาปั่นกับไข่ไก่ 1 ฟองจนได้ครีมข้นเป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าข้นเกินไปให้ใส่ไข่เพิ่มอีก 1 ฟอง การพอกหน้าให้พอกก่อนนอน ครั้งละ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้หน้าสวยใสและเด้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ^ ^
หมายเหตุ – กดเพื่อดูรายละเอียด สูตรพอกหน้าด้วยเมล็ดทานตะวัน
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 3 : ใบบัวบก + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรนี้เริ่มจากใช้ใบบัวบกและก้าน 1 ถ้วย ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆปั่นรวมกับไข่ไก่ 1 ฟอง จนได้ครีมข้นสีเขียวสด ถ้าข้นเกินไปให้เติมนมสดเพื่อให้เหลวขึ้น สูตรนี้ให้พอกก่อนนอน โดยพอกไว้ครึ่งชั่วโมงก่อนล้างออก หน้าจะใสเด้งจนมัวแต่ส่องกระจกไม่ยอมนอนกันเลยทีเดียว ^ ^
หมายเหตุ – กดเพื่อดูรายละเอียด สูตรพอกหน้าด้วยใบบัวบก
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 4 : ยอดกระถิน + ว่านหางจระเข้ + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าใสสูตรนี้ใช้ว่านหางจระเข้ที่ล้างและแกะเปลือกแล้วครึ่งด้วย ยอดกระถิน 5 ยอด และไข่ไก่ 1 ฟอง ปั่นรวมกันจนได้ครีมเหนียวข้น พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 2 สัปดาห์ หน้าจะเนียนใสเด้งดึ๋งยังกับสาวรุ่น อิอิ
หมายเหตุ – กดเพื่อดูรายละเอียด สูตรพอกหน้าด้วยกระถิน
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 5 : ใบเตย + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขนสูตรนี้ใช้ใบเตย (ไม่ใช่ใบเตย อาร์สยามนะ ^ ^) จำนวน 5 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นรวมกับไข่ไก่ 1 ฟองจนเป็นเนื้อเดียวกัน เหนียวและข้น ใช้พวกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที หน้ากระชับ รูขุมขนจางลง สวยเด้งอย่างไม่น่าเชื่อ…
หมายเหตุ – กดเพื่อดูรายละเอียด สูตรพอกหน้าด้วยใบเตย
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 6 : ว่านหางจระเข้ + ใบตำลึง + ไข่ไก่
สูตรพอกบำรุงผิวหน้าสูตรนี้ใช้ใช้ว่านหางจระเข้ที่ล้างและแกะเปลือกแล้วครึ่งถ้วย ใบตำลึงครึ่งถ้วยและไข่ไก่ 1 ฟอง ปั่นให้เข้ากันจนได้ครีมเหนียวข้น ใช้พอกหน้าครั้งละ 15-20 นาทีหรือจนกว่าครีมที่พอกไว้แห้งจึงล้างออก หน้าเนียนใส ผิวหน้าจะชุ่มชื่นมีชีวิตชีวานวลเนียนใสขึ้นทันที
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 7 : สะเดา + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าลดสิวหรือสูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรนี้ให้ใช้ยอดสะเดาที่ล้างสะอาดแล้ว 1 ถ้วย ปั่นรวมกับไข่ไก่ 1 ฟอง จนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกันและได้ครีมเขียวข้น ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที ก่อนล้างออก จะได้ผิวหน้าที่นวลเนียนไร้สิวฟ้ารบกวน
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 8 : มะนาว + น้ำผึ้ง
สูตรพวกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรนี้ใช้มะนาว 2 ลูกและน้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย เริ่มจากนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำผึ้งกวนให้เข้ากัน จะได้ครีมหนืดข้น นำมาพอกหน้าก่อนนอนหรือภายหลังตื่นนอนก็ได้ครั้งละ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะผิวหน้าและผิวพรรณที่เต่งตึงมีน้ำมีนวล แลดูอ่อนกว่าวัยและไร้รอยตีนกา
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 9 : แครอท + น้ำผึ้ง
ครีมพอกหน้าขาวสูตรนี้ใช้แครอท 1 หัวที่ล้างสะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้ว นำมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย จนได้ครีมละเอียดเนื้อเดียวกันสีส้มอ่อนๆ ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้ผิวหน้าที่สดใส ขาวนวลขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 10 : กล้วยหอม + น้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้าใสสูตรนี้ใช้กล้วยหอมที่สุกแล้ว 1 ผล หั่นเป็นชิ้นเล็กๆปั่นรวมกับน้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย ปั่นจนได้ครีมข้นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ถึงเดือนจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและเนียนใสของผิวหน้า
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 11 : มะเขือ + น้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรนี้ใช้มะเขือขื่นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ (ไม่ต้องเอาเมล็ดออก) ครึ่งถ้วยและน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกได้ถึงผิวที่สดชื่นและเกลี้ยงเกลาขึ้นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 12 : ยอดตำลึง + น้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรนี้ใช้ยอดตำลึงที่ล้างสะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆครึ่งถ้วย ปั่นรวมกับน้ำผึ้งอีกครึ่งถ้วยจนได้ครีมเหนียวข้น ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที ทำซ้ำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะรู้สึกได้ถึงผิวหน้าที่ชุ่มชื่นสดใสและเต่งตึง ไร้ร่องรอยตีนกา
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 13 : ส้ม + น้ำผึ้ง + ดินสอพอง
สูตรพอกหน้าขาวด้วยน้ำผึ้งสูตรนี้ใช้ส้ม 1 ผล (เอาแต่น้ำ) น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะและดินสอพอง 3 เม็ด นำมาปั่นรวมกันจนเป็นครีมข้นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ในเวลา 2 สัปดาห์จะได้ผิวหน้าที่สวยสดใส นวลเนียนและขาวสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 14 : แอปเปิ้ล + ไข่ไก่ + นมสด
สูตรพอกหน้ากระชับรูขุมขนสูตรนี้ใช้แอปเปิ้ลหั่นแล้วครึ่งถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟองและนมสด 2 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันจนได้ครีมเหนียวข้มเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกก่อนเข้านอนครั้งละ 20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้ผิวหน้าที่ชุ่มชื่นนวลเนียน ยกกระชับ และรูขุมขนลดลง
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 15 : เร่ว + น้ำผึ้ง + ไข่ไก่ + นมสด
สุตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรสูตรนี้ใช้สมุนไพรเร่ว (มีมากทางภาคตะวันออก) ที่หั่นแล้ว 1 ใบ ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสดและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อน ปั่นให้ละเอียดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว สามารถพอกหน้าได้ทุกเวลา ครั้งละ 20 นาที พอกหน้า 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียง 2-3 สัปดาห์ จะพบว่าผิวหน้าจะสวยใสมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 16 : มันฝรั่ง + แครอท + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าใสสูตรนี้ใช้มันฝรั่งหัวขนาดกลางที่ล้างสะอาดและหั่นเป็นชื้นเล็กแล้วครึ่งหัว แครอท 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง นำมาปั่นรวมกันให้ละเอียดจนได้ครีมข้นเหนียวเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ครีมที่ได้พอกก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที ทำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 1 เดือนจะได้ผิวหน้าที่สวยสดใสโดดเด่น เด้งดึ๋ง อย่างคาดไม่ถึง ^ ^
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 17 : แตงไทย + นมสด + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าลดจุดด่างดำสูตรนี้ใช้เนื้อแตงไทยสุกครึ่งถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟองและนมสดเล็กน้อย ปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว ถ้าได้ครีมข้นเกินไปให้เติมนมสดลงไปเพื่อให้เหลวขึ้น ใช้ครีมที่ได้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที ทำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะได้ผิวที่ชุ่มชื่นสดใส นวลเนียนไร้จุดด่างดำ ที่สำคัญสูตรพอกหน้าสูตรนี้สามารถใช้ได้ทั้งตัว ไม่ใช่เพียงเฉพาะใบหน้าเท่านั้น
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 18 : ขี้เหล็ก + นมสด + ไข่ไก่
สูตรพอกหน้าใสด้วยสมุนไพรสูตรนี้ใช้ใบและดอกขี้เหล็กที่ล้างสะอาดแล้วครึ่งถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง และนมสดจำนวนหนึ่ง ปั่นส่วนผสมให้เข้ากันจะละเอียดเป็นเนื้อเดียว ถ้าครีมที่ได้ข้นเกินไปให้เติมนมสดลงไปเพิ่มเติม ใช้ครีมที่ได้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้ผิวหน้าที่สวยใสไร้ที่ติ มีน้ำมีนวลเด้งดึ๋งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 19 : ดอกมะลิ + นมสด + ไข่ไก่ + น้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งสูตรนี้ใช้ดอกมะลิ (ตูมหรือบานก็ได้) จำนวนครึ่งถ้วย ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสดและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันจนละเอียดและได้ครีมเหนียวข้นเป็นเนื้อเดียวกัน นำครีมที่ได้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะได้ผิวหน้าที่ชุ่มชื่นนวลเนียนและสดใส
สูตรพอกหน้า สูตรที่ 20 : สตรอเบอรี + นมสด + ไข่ไก่ + น้ำผึ้ง
สูตรพอกหน้าขาวสูตรนี้ใช้สตรอเบอรี 5 ผล ล้างให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ไข่ไก่ 1 ฟอง นมสดและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมเหนียวข้นเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้พอกหน้าก่อนนอนครั้งละ 15-20 นาที เพียงสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ไม่ถึงเดือนจะได้ผิวหน้าที่ขาวใส ชุ่มชื่นนวลเนียนอย่างคาดไม่ถึง!!
เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับสูตรพอกหน้าและสูตรพอกหน้าด้วยสมุนไพรทั้ง 20 สูตร ทุกสูตรให้ผลที่คล้ายคลึงกันคือหน้าขาวใส เด้งดึ๋ง ยกกระชับ ไร้สิวฝ้า ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเลือกใช้สูตรพอกหน้าแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบ งบประมาณ และวัตุดิบที่หาได้ง่ายเป็นหลัก เช่นถ้าบ้านเรามีต้นขี้เหล็กมาก สูตรพอกหน้าสูตรที่ 18 ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ขอให้มีความสุขกับใบหน้าสวยใสจ้าสาวๆ หน้าเนียนใส.

วิธีทําให้หน้าเนียน 8 วิธีทําให้ผิวขาวสำหรับผู้ชายด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ

วิธีทําให้หน้าเนียน 8 วิธีทําให้ผิวขาวสำหรับผู้ชายด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ บอกลาปัญหาผิวคล้ำเสีย !
วิธีทำให้ผิวขาวแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ชายที่อยากมีผิวขาวเนียน แลดูสุขภาพดี พร้อมเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์ ที่หนุ่ม ๆ บางคนอาจไม่เคยรู้ วิธีทําให้หน้าเนียน

วิธีทําให้หน้าเนียน

 

วิธีทําให้หน้าเนียน ถ้าถามคุณผู้ชายกันตรง ๆ ว่าอยากมีสีผิวแบบไหน เชื่อว่าเสียงข้างที่บอกว่าอยากผิวขาวต้องมีเป็นจำนวนไม่น้อยแน่นอน โอเคล่ะ ถึงแม้ว่าสีผิวตามธรรมชาติของหนุ่มไทยจะไม่ใช่ผิวขาว ทว่าอย่างน้อยคุณก็คงไม่อยากดูคล้ำไปมากกว่านี้ ถูกต้องไหม ? แต่ในเมื่อความเป็นจริงยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ทำให้ผิวเสีย แลดูหมองคล้ำ ดังนั้น หนุ่ม ๆ ก็ควรรู้วิธีดูแลผิวให้ขาวอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมเอาเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสมาฝากคุณผู้ชายที่รักการดูแลตัวเองมาฝากด้วย ไปดูสิว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ

1. เลือกใส่เสื้อแขนยาว เนื้อผ้าบาง

ต้องเข้าใจว่าในความเป็นจริงเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้ แถมหนุ่ม ๆ บางคนต้องทำงานกลางแจ้ง ตากแดด ตากลม ซะจนผิวหมองคล้ำทุกวัน ทางแก้สำหรับเคสนี้ เราแนะนำให้ใส่เสื้อแขนยาวอย่างพวกเสื้อคลุมหรือเชิ้ตบาง ๆ แบบพอกันแดดได้ เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี แต่ข้อสำคัญคือว่าเป็นผ้าเนื้อบาง ระบายความร้อนได้ดี นอกจากนี้อาจใส่หมวกเพื่อปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดด้วยก็ได้

วิธีทําให้ผิวขาว ผู้ชาย

2. ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

นอกจากเลือกใส่เสื้อผ้าให้เหมาะแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ย้ำนักย้ำหนาเลยก็คือ ห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาด ! ทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน หนุ่ม ๆ ควรทาครีมกันแดดทั้งบริเวณใบหน้า ลำคอ และผิวให้ทั่ว วิธีทําให้หน้าเนียน ซึ่งปัจจุบันก็มีครีมกันแดดให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ(คลิกที่นี่) หลายราคา เชื่อเถอะว่าใช้แล้วดี ช่วยปกป้องผิวได้เยอะ

3. ใช้ครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ

แม้จะทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีไปแล้ว แต่คุณยังจำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงผิวอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีแยกทั้งครีมกลางวันและครีมกลางคืนโดยเฉพาะ โดยเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วย เช่น หนุ่มผิวแห้ง ก็ต้องเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ หรือคนที่อยากให้ผิวดูขาวขึ้นต้องเน้นพวกไวท์เทนนิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังควรทาครีมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าทาบ้างไม่ทาบ้าง ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ต่างจากก่อนทาอยู่ดี

วิธีทําให้ผิวขาว ผู้ชาย

4. ขัดผิวบ้าง

คุณผู้ชายส่วนใหญ่มองว่าการขัดผิวเป็นเรื่องของผู้หญิง จึงมองข้ามวิธีนี้ไป แต่ขอบอกเลยว่าผู้ชายแมน ๆ อย่างเราก็ควรทำเช่นกัน แถมทำได้เองด้วย เพียงนำแป้งข้าวเจ้ากับมะละกอสุกบดอย่างละครึ่งถ้วย ผสมกับน้ำมะนาวและโยเกิร์ตเล็กน้อย คนให้เข้ากัน นำไปทาให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น พร้อมทามอยส์เจอไรเซอร์ตามเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง ควรทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยให้ผิวแลดูขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ้อ ! ถ้าใครไม่ชอบสูตรขัดผิวก่อนหน้านี้ คุณสามารถเปลี่ยนส่วนผสมได้เช่นกัน โดยเปลี่ยนเป็นเปลือกส้มและเปลือกมะนาวอบแห้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ นำไปผสมกับโยเกิร์ต 2 ช้อน แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปทาผิวตามวิธีข้างต้น รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีไม่แพ้กันแน่นอน

5. มาสก์หน้าช่วยให้หน้าขาวใสขึ้น

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มาสก์หน้าสำหรับผู้ชายออกมาให้เลือกมากมาย โดยแต่ละแบบก็มาพร้อมกับสูตรและผลลัพธ์ที่ได้ที่แตกต่างกันไป ซึ่งสูตรฟื้นฟูและให้ความกระจ่างใสกับผิวหน้าก็มีให้เลือกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีสูตรมาสก์หน้าแบบธรรมชาติที่คุณเองก็ทำได้อย่าง การนำกล้วยบดละเอียดมาผสมกับนมสดให้เข้ากัน แล้วนำไปทาหน้าและทิ้งไว้ประมาณ 45 นาทีจึงล้างออก หรือเลือกใช้อัลมอนด์บดละเอียดผสมกับนมสด ทาให้ทั่วใบหน้าและบริเวณลำคอ ปล่อยทิ้งไว้สัก 20 นาทีแล้วล้างออก ก็ช่วยให้ผิวหน้ากลับมาดูสดใสอีกครั้ง

วิธีทําให้ผิวขาว ผู้ชาย

6. ใช้น้ำแข็งนวดผิว

เพียงนำผ้าบาง ๆ ห่อน้ำแข็งสัก 2-3 ก้อน แล้วใช้นวดเบา ๆ บริเวณผิวที่ต้องการ นวดไปเรื่อย ๆ จนครบ 15 นาที ก็จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ไปเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น ทำให้ผิวมีสุขภาพดีและดูสดใส ทั้งนี้ แนะนำให้นวดผิวด้วยน้ำแข็งเป็นประจำทุกคืนก่อนนอน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

7. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์

เน้นกินผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินชนิดต่าง ๆ ทั้ง ซี, อี และเอ รวมถึงโปรตีนและสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น เมล็ดทานตะวัน ลูกกีวี ฟักทอง และ มะเขือเทศ เป็นต้น โดยให้แบ่งกินตามความเหมาะสม ไม่ใช่วัน ๆ กินแต่ผักผลไม้ แบบร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอแน่นอน

วิธีทําให้ผิวขาว ผู้ชาย

8. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้มีร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดูกระจ่างใสและขาวเนียนขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ยังมีงานวิจัยจากประเทศแคนาดาที่ชี้ว่า คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะมีผิวพรรณที่ดูอ่อนกว่าวัยอีกต่างหาก

เมื่อได้ทราบอย่างนี้แล้ว ใครที่อยากมีผิวที่ขาวขึ้นหรืออย่างน้อยก็ไม่คล้ำมากไปกว่านี้ ก็ลองนำเคล็ดลับข้างต้นไปใช้กันดูได้ หรือหากเพื่อน ๆ คนไหนมีอะไรอยากแนะนำเพิ่มเติมก็บอกกันมาได้นะ ถือว่าเป็นการแชร์เรื่องดี ๆ สู่กันเนอะ วิธีทําให้หน้าเนียน.